( Fic ) เธอคือดวงใจ # 1
Cast : nishikido ryo - tomohisa yamashita
ภายใต้ภูเขาที่ล้อมรอบนี้
ไม่ว่าจะมองมุนใดก็เห็นทัศนียภาพงดงามท่ามกลางบรรยากาศ
ที่ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดง สีเหลือง ของทิวทัศษ์ในฤดูใบไม้ร่วง
ทำให้ท้องฟ้าและก้อนหินแลเห็นเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงาม
ราวกับถูกคลุมด้วยกระดาษแก้วสีเหลืองสีแดง
ร่างสองร่างนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวยาว ทั้งคู่นั่งเคียงคู่เบียดไหล่กัน
มองดูบรรยากาศภายนอกที่สวยงามนี้
" ไม่หนาวเหรอ "
ร่างสูงมองคนตรงหน้าแล้วถามขึ้นก่อนจะดึงผ้าพันคอของตัวเอง
ไปพันที่รอบคอของร่างบางตรงหน้า
" ไม่หนาวหรอก มีเรียวจังอยู่ด้วยทั้งคน "
ตอบด้วยในหน้ายิ้มแย้ม เรียวมองแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า
ถึงร่างบางตรงหน้าจะมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่
แต่ใบหน้ายิ้มแย้มของร่างบางมันช่างน่าดูเหลือเกิน
งามเสียจนแม้แต่แสงตะวันยังต้องยอมแพ้ ในความคิดของเรียว
เส้นผมที่ต้องแสงแดดส่องประกายวิบวับๆ
ร่างสุงเอื้อมมือไปลูบไล้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนั้นเบาๆก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
" ปากหวานจริงๆนะเรา "
" เปล่านะเค้าพูดเรื่องจริงต่างหาก เวลาที่เค้าอยู่กับเรียวจังนี่
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆเลยนะ เค้าน่ะรักเรียวจังที่สุดเลยนะรู้หรือเปล่า"
ยามะพีพูดจบก็ค่อยๆเอนศีรษะลงซบกับไหล่ของเรียว
เรียวใช่แขนโอบไหล่บางของยามะพีเอาไว้เบาๆ
" เป็นอะไรหน่ะเรา วันนี้ปากหวานเป็นพิเศษเลยนะ "
" ก็เค้าพูดเรื่องจริงนี่หน่า ที่ผ่านมาเค้าไม่ค่อยพูดอะไรทำนองนี้เลย
ชอบทำให้เรียวจังหนักใจอยู่เรื่อยเลย ยังคิดอยู่เลยว่าเรียวจังต้องทนเค้าไม่ไหวสักวันแน่ๆเลย "
" คิดมากน่า นายชอบคิดอะไรอย่างนี้เรื่อยเลย "
" แต่สักวันหนึ่งถ้าเกิดวันนั้น...."
ยามะพีพูดไม่ทันจบมือหนาของเรียวก็เอื้อมมาทาบอยู่ที่ริมฝีปากของยามะพี
" อย่าพูดอย่างนั้นอีกเข้าใจไหม "
" แต่...."
" ไม่มีแต่ทั้งนั้น ตอนนี้เรามาเที่ยวกันนะนายชอบเก็บอะไรเล็กๆน้อยๆมาคิดอยู่เรื่อยเลย
ตอนนี้ช่วยทิ้งทุกอย่างเอาใว้ข้างหลังก่อนได้ไหม "
เรียวดึงยามะพีเข้าไปกอดเบาๆ พลางลูบเบาๆที่เส้นผมนุ่มสลวยนั้น
" เราอยู่ด้วยกันแบบนี้อีกสักพักนะ "
ร่างบางเอ่ยออกมาเบาๆในอ้อมกอดของเรียว
" ไม่ใช่แค่สักพักสิ แต่เราสองคนต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปต่างหากล่ะ "
ตอบออกมาด้วยสีหน้าเรียบสงบ ยามะพีเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูง
ในขณะนั้นยามะพีอยากจะหยุดเวลาเอาไว้เพียงแค่นั้น
หยุดอยู่ที่เขาและเรียวจังได้อยู่ด้วยกันเช่นนี้
แล้วน้ำตาก็พลันหลั่งล้นออกมาอย่างไม่อาจแข็งขืนเอาไว้ได้อีกต่อไป
เรียวตกใจที่เห็นใบหน้าที่นองน้ำตาของร่างบางมันทำให้หัวใจของเรียวปวดร้าวเหลือเกิน
" จะไม่มีอะไรที่จะมาแยกเราสองคนออกจากกันได้ เข้าใจหรือเปล่า
เพราะงั้นหยุดร้องไห้ได้แล้ว "
เรียวพูดขึ้นมาอีกครั้ง พลางใช้มือเช็ดน้ำตาให้ร่างบางเบาๆ
"........... " ยามะพีพยักหน้ารับเบาๆพูดไม่ออก
มองร่างสูงตรงหน้าเป็นเวลานานเพื่อจะได้จดจำในหน้าของผู้เป็นที่รักเอาใว้ให้เต็มตา
ทั้งสองสบตากันสักพักเรียวจึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า
" ฉันรักนายนะยามะพี "
พูดจบก็เอามือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของยามะพีเอาใว้
ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าเข้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากบางของยามะพีอย่างแผ่วเบา
อ่อนนุ่มแต่มันเป็นจุมพิตที่แสนหวานเหลือเกิน
" เรากลับกันเถอะนี่ก็ไกล้จะมืดแล้วอากาศก็เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆแล้วด้วย "
ร่างสูงพูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นยื่นมือส่งมาให้ร่างบางตรงหน้า
สักครู่หนึ่งเรียวก็จูงมือยามะพีเดินเข้าไปในโลกที่ปกคลุมด้วย
แสงสีทองยามพลบค่ำ ราวกับดินแดนในเทพนิยาย
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงกระท่อมไม้หลังน้อยเหมือนบ้านในฝัน
ที่ตั้งอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่บันไดที่สร้างด้วยหินขนาดใหญ่เล็กต่างกันแลดูสวยงาม
เวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองช่วยกันเตรียมอาหารค่ำโดยมีเรียวแสดงฝีมือสำหรับอาหารค่ำมือนี้
โดยมีมือลูกมือน่ารักๆ คอยส่งกำลังใจให้อยู่ข้างๆ
ยามะพีเฝ้ามองดูเรียวอย่างลืมตัว เรียวจังนี่หล่อจังเลยนะ
ดีจั้ยจังที่มีแฟนหล่อขนาดนี้
ทำมั้ยเมื่อก่อนเราถึงไม่ชอบเรียวจังนะน่าเเปลกใจจริงๆทำร้ายจิตใจเรียวสารพัด
แต่เรียวก็ยังทนกับคนอย่างเราอยู่ได้กว่าจะมารู้ตัวว่ารักเรารักเรียวจังก็เกือบจะเสียเรียวจังไปซะแล้ว
ยามะพียังเฝ้ามองเรียวจังอยู่อย่างนั้น
จนเมื่อรู้ตัวว่าเรียวเห็นเข้ายามะพีจึงหยิบเอาช้อนกับตะเกียบมาชิมอาหาร
เพื่อกลบเกลื่อนความขวยเขิน
" เป็นไงบ้าง อร่อยไหม " เรียวถามขึ้น
" อร่อย~ เค้าชักหิวขึ้นมาซะแล้วสิ เรามากินกันเลยไหม "
" ได้เลย งั้นไปรอฉันข้างในนะเดี่ยวจะยกไปให้ "
" ไม่เอาเดี่ยวเค้าช่วยด้วยคน "
" ไม่เป็นไรนายไม่นั่งคอยข้างในเถอะ "
" งั้นเค้าเอาพวกนี้ออกไปก่อนแล้วกันนะ"
ก่อนจะเดินมาหยิบจานหยิบช้อนกับตะเกียบออกไปข้างนอนห้องครัว
อาหารเย็นผ่านไปช้าๆ
โดยที่ทั้งสองคนต่างก็กินไปด้วยคุยกันไปด้วย
แต่มันเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดในความรู้สึกของทั้งสอง
................................................
" วันนี้เค้ามีความสุขที่สุดเลยนะ"
ยามะพีเอ่ยออกมาโดยที่ศรีษะซบกับไหล่กว้างของเรียว
" ฉันก็เหมือนกัน "
" เรียวจังพรุ่งนี้เราจะกลับกันเลยเหรอ?"
" อืม!.... ต้องกลับแล้วล่ะ "
" แต่เค้า....อยากอยู่ที่นี่ต่อ เราอยู่ที่นี่กันต่อไม่ได้เหรอ "
" ไม่ได้!..... ไม่ได้เด็ดขาด นายจะทำอย่างนี้ได้ไหมยามะพีขอให้ทำเพื่อฉันสักครั้งได้ไหม "
" แต่เค้า.....กลัวกลับว่าถ้า....."
" พอเถอะ!.. เลิกพูดอะไรแบบนั้นสักทีมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
ฉันจะไม่ยอมให้นายเป็นอะไรไปเด็ดขาด"
ตอนนี้เรียวไม่อาจบังคับตัวเองไม่ให้สะอื้นออกได้อีกต่อไปแล้ว
ความเศร้าโศกที่กักเก็บเอาไว้ในหัวใจเหมือนกำลังพยายามหาทางออก
" นายต้องเข้ารับรักษาทันทีที่เรากลับไปเชื่อฉันนะ โรดนี้รักษาได้
ที่นั้นมีชื่อเสียงในการรักษาโรคนี้ เพราะงั้นนายไม่ต้องกลัวนะ "
ยามะพีมองดูเรียวด้วยดวงตาที่มีหยาดน้ำใสๆไหลพราก
เรียวก็มองดูยามะพีด้วยดวงตาที่เปียกชื้นเช่นกัน
ทั้งสองสบตากันอยู่สักพักเรียวจึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า
" พอนายหายดีแล้ว เราจะมาเที่ยวที่นี่กันอีก คราวนี้เราจะมาอยู่ที่นี่นานๆเลย
สักอาทิตย์สองอาทิตย์เลยเป็นงั้ย "
" อืม!... " ตอบเบาๆ
พรุ่งนี้เราต้องเจ็บอีกแล้วสินะไม่อยากไปเลย
ความรู้สึกอย่างนั้นเราไม่อยากจะพบมันอีกต่อไปแล้ว
แต่เราต้องสู้เพื่อเรียวจัง เพื่อตัวเราเอง
เรียวจ้องดูร่างบางครู่หนึ่งแล้วค่อยๆโอบรวบร่างบางเข้ามาไว้ในวงแขน
โดยที่ร่างบางปล่อยให้อีกฝ่ายกอดอย่างสงบ
ขอแค่มีเรียวจังอยู่ไกล้ๆก็เพียงพอแล้ว
เราไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้
เรารู้ตัวดีว่าชีวิตเราอยู่ได้อีกไม่นานหรอก
เวลาที่เหลืออยู่นี้เราอยากใช่ชีวิตที่เหลืออยู่กับเรียวจังให้มากที่สุด
แต่เราก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุดด้วยเหมือนกัน
ถึงความเป็นไปได้จะน้อยมากก็ตาม
แต่มันอาจจะช่วยยื่ดเวลาของเราได้อีกสักระยะนึงก้อเป็นได้
เพื่อที่จะได้อยู่กับเรียวจังมากขึ้นแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา
" ยามะพีนี่ก็ดึกมากแล้วนะเราไปนอนกันเถอะ "
เรียวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเวลามันดึกมากแล้ว
" เรียวจังวันนี้เค้าขอนอนด้วยคนนะ ก็วันนี้เค้าอยากอยู่กับเรียวให้นานที่สุดนี่น่า
พอเค้าเข้ารับการรักษาแล้วไม่รู้จะได้เจอเรียวจังอีกหรือเปล่า "
" ต้องเจออยู่แล้วสิ ฉันจะไปหานายทุกวันเลย ไม่ปล่อยให้นายต้องอยู่คนเดียวแน่"
" จริงๆนะ "
" อืม....แน่นอน ไปไปนอนกันเถอะ "
ก่อนจะลุกขึ้น โดยไม่ลืมที่จะยื่นมือส่งให้ร่างบาง
" เอ่!... แล้วนี่นายกินยาหรือยังล่ะเนี่ย! " เรียวพูดออกมาเมื่อคิดขึ้นมาได้
" กินแล้วน่า "
" แล้วอาการเป็นยังไงบ้างวันนี้รู้สึกไม่ดีอะไรบ้างหรือเปล่า
เล่นตากแดดลมทั้งวันเลย( แล้วใครละที่มันพาไป )"
" ไม่เลยสักนิด "
" จริงๆนะ ?"
" ....... " ร่างบางพยักหน้าแทนคำตอบ
" งั้ยก็ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้พอมีเวลาเหลือนิดหน่อยเราค่อยไปเดินเล่นกันอีก"
...........................................................................
แสงอาทิตย์ยามเช้า ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างแสงสีทองกับแสงสีแดงแสด
บริเวณโดยรอบเป็นต้นเมเปิ้ลที่มีทั้งสีแดงและสีเหลืองเข้ม
เหมือนถูกย้อมสีมาประกวดประชัดกัน ตามทางเดินมีแต่ใบไม้แห้งสีแดงสีเหลือง
และปลิวไปมาตามแรงลม
เรียวและยามะพีจูงมือกันเดินเล่นรับแสงแดดยามเช้า
ภายใต้แสงอันสดใสนี้
" นั่งพักก่อนไหม "
เรียวพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่ายามะพีเริ่มมีอาการหอบน้อยๆ
" อืม!...ขอนั่งก่อนแล้วกัน "
" เราคงจะเดินออกมาไกลแล้วล่ะนั่งตรงนี้ก่อนแล้วกัน เป็นยังไงบ้าง? "
" แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ "
" ฉันเอายามาด้วยนายกินไปก่อนแล้วกันเดี่ยวอาการจะได้ดีขึ้น "
ยื่นยาส่งให้ร่างบางพร้อมกับขวดน้ำอุ่นที่เตรียมเอาไว้เผื่อว่าอาการของร่างบาง จะกำเริงขึ้นมา
" ขอบใจนะเรียวจัง "
" อืม.... "
สักพักอาการของยามะพีก็เริ่มดีขึ้น
ทั้งสองจึงค่อยๆเดินไปกลับไปที่กระท่อม
พลางมองดูบรรยากาศรอบๆตัวไปด้วย
บรรยากาศที่นี่ดีเหลือเกิน
เราจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกมั้ยนะ
นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายของเราหรือเปล่า
ความคิดนี้แวบขึ้นมาในสมองทำให้ร่างบางอดหดหู่ไม่ได้
ร่างบางแหงนมองฟ้าที่สดใสนี้แล้วรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อโลกใบนี้เหลือเกิน
เวลาของเราจะเหลืออีกนานแค่ไหนนะ
ก่อนจะหันไปมองคนข้างกาย
ถ้าเกิดต้องจากเรียวจังไปจริงๆแล้วเรียวจังจะเป็นยังไงบ้างนะจะเสียใจมากหรือเปล่า
" นายมองฉันตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ "
เรียวหันไปถามเมื่อรู้สึกว่ายามะพีจะมองเขานานเกินไปแล้ว
" ทำมั้ยล่ะเรียวจังเขินเหรอ เค้าชอบจังเลยเวลาที่เรียวจังเขิน น่ารักจะตายไป "
ยามะพีพูดออกมาเพื่อจะแกล้งเรียวจังเล่นๆพยายามลบเรื่องที่มันรบกวนจิตใจออกไปให้หมดใช่เวลานี้ให้มีความสุขที่สุดก่อนดีกว่า
" อะไรนะ อย่างฉันนะน่ารัก ถอนคำพูดเดี่ยวนี้เลยนะ คำนี้มันไม่เหมาะกับฉันสักหน่อย "
" เรียวจังนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ก็มันเรื่องจริงนี่น่า เรียวจังขี้อายจะตายไป ดูสิหน้าแดงใหญ่เลย "
ยามะพีพูดพลางเกาะแขนเรียวจัง แล้วยื่นหน้าไปจ้องมองใบหน้าเรียวจัง
ก็เห็นว่าตอนนี้มันหน้าของเรียวจังแดงขนาดไหน
ทำให้ยามะพีอดยิ้มขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้
เรียวเห็นดังนั้นจึงต้องหันหน้าหนีใบหน้าของร่างบางที่ตอนนี้
มันอยู่ห่างกับใบหน้าของเขาแค่ไม่ถึงคืบเท่านั้น
" อะไรของนายเนี่ย หายดีแล้วหรือยังไงถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขึ้นมาทันทีอย่างนี้ "
พูดโดยที่ไม่หันมามองยามะพี ยามะพีเห็นอย่างนั้นจึงเดินตัดหน้า
ของเรียวเอาไว้ ก่อนจะหันกลับมามองเรียว
" ทำมั้ยต้องหลบสายตาเค้าอยู่เรื่อยเลยนะ เรียวจังเนี่ย "
เรียวมองยามะพี ที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าของตน
ใบหน้าสวยนั้นกำลังพองลมออกมาหน่อยๆ
ดวงตากลมโตนั้นกำลังมองเขาด้วยสายตาหาเรื่อง
แต่มันกลับไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด
เรียวยิ้มออกมาหน่อยๆเมื่อเห็นท่าทีของยามะพี
กลับมาเป็นยามะพีคนก่อนแล้วสินะไม่ได้เห็นท่าทางแบบนี้ของร่างบางมานานเท่าไหร่แล้วนะ
ตั้งแต่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น
" อ่ะ ไม่หลบก็ไม่หลบ ทำมั้ยนายจะเอาอะไรจากดวงตาของฉัน "
เรียวตอบออกมาแล้วก็เดินไปไกล้ๆยามะพีส่งสายตามองไปที่ดวงตากลมโตของอีกฝ่าย
โดยที่ยามะพีก็ไม่คิดจะหลบสายตาของเขาเหมือนกัน ทั้งสองสบตากันอยู่อย่างนั้น
โดยที่ไม่มีใครยอมเอ่ยปากพูดอะไรออกมาสักคำ
(กรี๊ดดดดด~~ สายตาเรียวจัง จะละลายแทนยามะพี อ๊ากกก~~ )
เวลาผ่านไปสักพัก เรียวจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
" นายสวยมากเลยนะยามะพี "
พร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มใสของยามะพีเบาๆ
" ........" ยามะพีไม่ได้ตอบอะไรออกมาสายตายังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของผู้เป็นที่รัก
เรียวค่อยๆก้มหน้าลงไปสัมผัสที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเบาๆ
ก่อนจะผละออกมาอย่างนึกเสียดาย
" เรากลับกันเถอะ จะถึงเวลาแล้วนะ "
เรียวตัดบทขึ้นมาเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว
" นายเดินไหวหรือเปล่า "
" สบายมาก "
" โอเค งั้ยไปกันเลย "
สักพักทั้งสองก็มาถึงที่หมาย เรียวพาร่างบางมานั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวที่ตั้งอยู่หน้ากระท่อม
ก่อนจะพูดออกมาว่า
" นายรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี่ยวฉันไปเก็บของก่อนเดี่ยวมา ใส่อันนี้เอาไว้นะ "
พูดแล้วก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออกมาคลุมไหล่บางของยามะพีเอาใว้
เพราะอากาศที่หนาวเย็นนี้ ทำให้อดเป็นห่วงร่างบางไม่ได้
..................................................................
บ่ายๆของวันเดียวกัน
ทั้งสองก็ถึงที่หมายที่ตั้งใจเอาใว้แต่แรก
พอมาถึงแล้วเรียวจึงพายามะพีไปที่ห้องตรวจโรค
แล้วยามะพีหน้าเสียขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าจะต้องตรวจอีกครั้ง
ยามะพีทำหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด
ต้องเจ็บปวดกับการตรวจอีกแล้วเหรอ
เรียวมองยามะพีเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นแม้จะรู้ว่าจริงๆ
แล้วร่างบางจะต้องเจ็บปวดแค่ไหนกับการตรวจในแต่ละครั้ง
ตัวเรียวเองก็ไม่อยากให้ยามะพีต้องตรวจหรอก
แต่ว่านี้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับยามะพี
" ไม่ต้องกลัวนะ "
" ทำมั้ยเค้าต้องตรวจด้วยทำมั้ยต้องทนเจ็บปวดทั้งๆที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะหาย
ทำมั้ยเค้าต้องทำด้วยเรียวจังเพื่ออะไรกัน "
ยามะพีงอแงออกมาเหมือนเด็กๆทำให้เรียวเองก็รู้สึกเจ็บไปไม่น้อยกว่ายามะพีเลยสักนิด
" เพื่อเรายังไงหล่ะ เพื่อตัวนายเองเพื่อฉัน เราจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปยังไงหล่ะ นายลืมไปแล้วเหรอ "
ยามะพีหันไปมองเรียวแล้วดวงตาของยามะพีก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เรียวเห็นดังนั้นจึงดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดทันที
ยามะพีร่ำให้จนตัวสั่นอยู่ในวงแขนของเรียว
" นายจะยอมแพ้แล้วอย่างนั้นเหรอนายอยากตายจริงๆเหรอ จะตายไปแบบนี้นะเหรอ "
เรียวเค้นเสียงปนสะอื้นให้ออกมาเป็นคำพูดได้อย่างอยากเย็น
" เค้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ยังอยากมีชีวิตอยู่ "
พูดพลางส่ายหัวไปมาไปมาอยู่กับอกกว้าง ใ
นที่สุดยามะพีก็ตัดสิ้นใจเข้ารับการตรวจอย่างเสียไม่ได้
เรียวจึงเดินออกมารอยามะพีอยู่ที่หน้าห้องตรวจโรค รู้สึกใจคอไม่ดีเลย
เรียวนั่งกระสับกระส่ายอยู่ห้อง
เขานั่งกัดนิ้วตัวเองอย่างลืมตัว
ยามะพีนายจะต้องไม่เป็นอะไรอดทนหน่อยนะ
สู้เข้าใว้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ฉันยังเชื่ออย่างนั้น
มะเร็ง สามารถรักษาได้ ฉันยังเชื่ออย่างนั้น
เพราะงั้นนายจะต้องหายในสักวัน
นายสำคัญกับฉันมากขนาดไหนนายรู้บ้างไหม
ถ้าขาดนายไปสักคนฉันจะอยู่ต่อไปได้ยังงั้นกัน
ตอนนี้นายจะปวดขนาดไหนกันทำมั้ยนะ
ทำมั้ยต้องเป็นนายที่ต้องเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นฉันแทน
ไม่ได้เหรอทำมั้ยต้องเป็นนายที่จะต้องเจ็บปวดอยู่คนเดียว
To Be con........
เรื่องเก่ายังไม่มาต่อ
เอาเรื่องใหม่มาลงซะแล้ว
เมื่อวานขอโทษด้วยใส่อารมณ์มากมาย
วันนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วคับ
เรียวพี เรียวพี กันต่อไป
บ้าบอคอแตกตามประสาคนรักเรียวพี
edit @ 27 Jan 2008 22:00:04 by ryopijinchan